ทิ้งจตุคามฯ 20ล้าน /เด็กจรจัด
posted on 15 Mar 2008 11:06 by prankzzเอาอีกแล้วครับท่าน ข่าวคาวเรื่องไอ้พวกสี่ผีสี่มุมแห่งเมืองคอนเพิ่งหายไปไม่นานก็มาอีกแล้ว
คราวนี้เป็นจตุคามฯ ค่ะ นี่ถ้าไม่เพราะว่าแม่ทนดูหนังเรื่องนางสาวผ้าขี้ริ้วไม่ไหวคงไม่รู้เรื่องนี้ แน่ ๆ (พอดีว่าแม่บอกว่าดูแล้วไม่รู้เรื่องสักตอน) เลยเปลี่ยนช่องไปดูช่อง 9 แทน จำได้ว่าเป็นรายการ
“ข่าวข้นคนข่าวหรือค้นข่าว” อะไรสักอย่างนี่แหละ ตอนแรกก็เป็นพวกข่าวการเมืองซึ่งตอนนี้ดิฉันก็คร้านจะฟังแล้วล่ะค่ะ แต่ก็ทนดูไปเรื่อย ๆ จนมาถึงข่าวนี้ซึ่งมีภาพองค์พ่อจตุคามฯ ถูกนำมาทิ้งอยู่เป็นกะตั้ก เค้าพบกันแถว ๆ ต.บางจาก ที่จำได้เค้าบอกว่ามีอยู่สองรุ่น วัดบางสะพานเป็นผู้จัดสร้าง อันที่จริงก็อยากไปดูให้เห็นกับตานะคะแต่ว่าไปไม่ถูกค่ะขนาดเที่ยวแถว ๆ ในตัวเมืองยังหลงเป็นว่าเล่น เห็นเค้าบอกว่านับเป็นมูลค่าแล้วราว ๆ 20 ล้านเลยเทียว O.o
คนสมัยนี้เค้ารวยกันขนาดที่จะเอาเงิน 20 ล้านมาโยนทิ้งไว้ใต้ต้นไม้เลยนะคะเนี่ย ถ้าไม่รู้จะเอาไปไหนก็น่าจะคิดดูให้ดีกว่านี้ เอามาทิ้งอย่างนี้ไม่คิดบ้างรึไงว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง แต่ที่รู้ ๆ นะคะตอนนี้ชาวบ้านบางคนที่เห็นเค้าก็เอามอไซด์มาเลือกเอาส่วนที่ดี ๆ ไป บางคนเอาใส่ไว้หน้าตะกร้ารถจนแทบล้นออกมาแน่ะ(เอาเข้าไป๊) แต่ถ้ามองในมุมมองของความเชื่อและไสยศาสตร์น่ะฉันคิดว่ามันเหมือนกับเป็นการลบหลู่ เพราะว่าเราต่างก็มีความเชื่อเกี่ยวกับองค์พ่อจตุคามฯ ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองคอยคุ้มครองปกปักรักษาเมืองนครศรีธรรมราช
ก็พอเข้าใจนะว่าอะไรที่ขายไม่ได้ก็ต้องทิ้งไปแต่ก็ไม่น่าจะทำกันแบบนี้ ไอ้ทีแรก ๆ ล่ะแย่งกันแทบเป็นแทบตาย แถวบ้านดิฉันมองไปทางไหนก็มีแต่ป้ายปิดประกาศจตุคามฯ บางร้านที่เคยขายของใช้ก็เปลี่ยนมาขายจตุคามฯแทน เคยขายอาหารก็มาขายจตุคามฯแทน ช่วงนั้นเรียกว่าเหมือนกับจะต้องกินมวลสารแทนข้าวกันเลยก็ว่าได้ แต่ตอนนี้พอกิจการเริ่มซบเซาคนพวกนั้นก็ เริ่มลำบากกันสิคะ เพราะพระที่มีอยู่ก็ไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน บ้านฉันเองก็มีเหมือนกันนะแต่ไม่ได้มากมายนักเพราะว่าเราไม่ได้ซื้อกันด้วยความหลง แต่เราเพราะต้องการนำไปเคารพบูชา แค่พอตัวเท่านั้น คนเราแม้แต่สิ่งศักสิทธ์ก็ยังเอามาเป็นเครื่องมือหากินกันได้เลย พอสิ่งเหล่าน้นหมดไม่ได้สร้างผลประโยชน์ให้ตนอีกต่อไปก็คิดจะเขี่ยทิ้งกันง่าย ๆ อยากรู้จริง ๆ บ้านมันรวยกันแค่ไหน 20 ล้านเอามาทิ้งกันได้
.
.
.
พอดีว่าเมื่อวานไปหอสมุดแห่งชาติมา ฉันเป็นคนชอบอ่านหนังสือประเภทวรรณกรรมเยาวชน (ก็ฉันยังเป็นเยาวชนอยู่นี่) เลยเดินไปที่มุมหนังสือประเภทนี้ตอนเข้าไปเลือกหนังสือก็ปกติดีไม่มีอะไร แต่พออยู่มาสักพักก็เริ่มมีเสียงหยอกล้อ หัวร่อต่อกระซิกกันของพวกเด็ก ๆ ก็พอเข้าใจนั่นแหละนะเพราะในห้องนั้นมีของเล่นอยู่ด้วยก็ไม่ได้คิดอะไร อเลือกหนังสือได้ก็มานั่งอ่าน อ่านไปได้สักครูก็เริ่มมีเสียงอึกทึกขึ้น ฉันก็หันไปมองขวับหนึ่ง คงไม่ทำตาหวานรองแต่เป็นตายักษามารต่างห่าง ไม่ได้จะใช้อำนาจข่มเหงแต่มันเป็นการเตือนด้วยสายตาว่ากรุณาเงียบหน่อย เด็กพวกนั้นก็เงียบกันไป พออยู่มาอีกสักพักมันเอาอีกแล้วตอนนั้นกำลังอ่านหนังสือสนุก ๆ อยู่เลยเสียงหัวเราะ เสียงตะโกน เสียงของเล่นหล่น เสียงวิ่งเล่น คุณเอ๋ยแทบจะประสาท ในใจก็เลยบอกกับตัวเองไปว่า “รอให้ฉันเรื่องนี้จบก่อนเถอะ...” แล้วก็นั่งทนอ่านจนจบบทนั้นแล้วก็เดินไปนั่งอ่านกับพี่สาวและน้องสาวที่มาด้วย ยังค่ะ มันยังไม่หยุดกันนะ ยิ่งนานเข้าก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ ไอ้เราก็สงสัยอยู่ว่าทำไมเจ้าหน้าที่ซึ่นั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ ๆ ไม่เข้าไปห้ามหรือเตือนบ้างนะ เด็กพวกนี้ส่งเสียงมากเกินไปแล้วจริงๆ อ่านหนังสือแทบจะไม่รู้เรื่องเลย ฉันเลยหันไปพูดกับน้องสาวซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ ว่า
ฉัน : นี่รู้ไหมฉันอยากจับมันหักคอตั้งซะให้หมดเลย
น้องสาว : ก็ว่าอยู่เหมือนกัน
สงสัยว่าเจ้าหน้าที่คงได้ยินที่ฉันพูดล่ะนะเลยเข้าไปเตือนเด็กพวกนั้น แต่มันก็ได้ผลแค่ชั่วครู่ แล้วความวุ่นวายก็เกิดขึ้นอีก ทีนี้เริ่มทนไม่ไหวฉัน พี่ และน้องเลยออกจากที่นั่นมาหาอะไรทาน เราต่างก็มีความ้เห็นตรงกันว่าทำไมถึงไม่มีใครทำอะไรบ้างเลยนะ ที่นั่นเป็นสถานที่ ๆ ทุกคนมีสิทธ์ แต่เรากลับรู้สึกว่าที่แห่งนั้นเป็นสนามเด็กเล่นของเด็กพวกนั้นซะมากกกว่า ไม่มีใครนั่งทนอ่านหนังสือนานนักเพราะเสียงเหล่านี้ นึกถึงจตุคามมูลค่าร่วม 20 ล้านแล้วเราก็คิดว่าอันที่จริงเงินพวกนั้นน่าจะทำประโยชน์อะไรได้มากกว่านี้ น่าจะนำมาทำอะไรที่มันเกิดประโยชน์กว่านี้ ฉันเข้าใจดีว่าเด็กเป็นวัยที่ซุกซนแต่ถ้าความซุกซนนั้นทำให้คนอื่นเดือดร้อน เราก็ควรแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าปล่อยเลยตามเลย แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะยังเป็นเด็กแต่อีกซักวันหนึ่งก็ต้องกลายไปเป็นผู้ใหญ่ แล้วถ้าพวกเขาโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ขาดความรับผิดชอบและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น นั่นก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาแต่นั่นก็เป็นความผิดของเราด้วยเช่นกัน เด็กจรจัดไม่ได้เลวร้ายไปซะทุกคน เด็กพวกนี้ต้องการความช่วยเหลือมากกว่าเด็กทั่วไป ใคร ๆ ก็รู้ หรือคุณไม่รู้ล่ะ
จากการไปอ่านหนังสือครั้งนี้ได้อะไรมากกว่าคิด
ปล.1 คงเข็ดหลาบไม่อยากไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดอีกนาน
ปล.2 ลูกชิ้นที่ซื้อหน้าหอสมุดฯ ใส่แป้งเยอะชะมัด
ปล.3 อยากกินก๋วยเตี๋ยวชะมัดเลย
***************************************